ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นการออกกำลังกาย

ใช่ค่ะเพียงคุณเคลื่อนไหวร่างกายก็เป็นการออกกำลังกายแล้ว เพราะการเคลื่อนไหวร่างกายและการออกกำลังกาย เป็นการใช้แรงจากกล้ามเนื้อลายให้มีการเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้นจากภาวะปกติ อาจจะใช้กิจกรรมใด ๆเป็นก็ได้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อการแข่งขันอย่างเช่นนักกีฬา แต่ช่วยให้ระบบต่าง ๆของร่างกายคนเราทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้จากการไร้โรคา แต่เราก็ต้องเข้าใจกลไกการทำงานของร่างกาย เพื่อให้การเคลื่อนไหวในแต่ละกิจกรรมร่างกายได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่และเหมาะสมนะคะ

ก่อนอื่นเรามาดูประโยชน์ของการเคลื่อนไหวร่างกายและการออกกาลังกายนั้น มีผลต่อร่างกายทั้งทางตรงและทางอ้อมกันก่อนนะคะ

  1. ทำให้กล้ามเนื้อร่างกายแข็งแรงขึ้น การออกกำลังกายจะทำให้การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงเซลล์ทั้งร่างกายได้ดีขึ้น มีเรี่ยวแรงสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดีขึ้น สังเกตได้จากคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือนักกีฬา ถ้าเราจับตามบริเวณที่เป็นกล้ามเนื้อ จะสัมผัสถึงความแข็งแรงได้ชัดเจนกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลย เพราะเมื่อรับประทานอาหารเข้าไป ร่างกายก็ถูกนำไปใช้เป็นพลังงาน ไม่เหลือสะสมเป็นไขมันใต้ผิวหนัง
  2. สมรรถภาพทางร่างกายดี การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่เสริมสมรรถภาพทางร่างกายทุกด้าน เช่น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ความยืดหยุ่น ความอดทน และยังสามารถช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ เช่น โรคข้อต่อเสื่อมสภาพ โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน โรคหลอดเลือดหัวใจเสื่อมสมรรถภาพ โรคเบาหวาน และ
  3. การทรงตัวดี เมื่อเราออกกำลังกายเป็นประจำเสมอ จะมีความกระฉับกระเฉงว่องไวและช่วยให้การทรงตัวดีขึ้น เพราะร่างกายได้มีการเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ทำให้การประสานงานระหว่างกล้ามเนื้อกับอวัยวะต่าง ๆ ทำงานดีขึ้น
  4. มีรูปร่างดี ร่างกายจะมีรูปร่างและสัดส่วนที่เหมาะสม การออกกำลังกายสม่ำเสมอยังส่งผลต่อการควบคุมน้าหนักตัวได้คงที่ รูปร่างที่ดีส่งผลต่อบุคลิกภาพทำให้มีความเชื่อมั่นในตัวเอง มีสุขภาพจิตที่ดี
  5. ปอด หัวใจ หลอดเลือด ทางานได้ดีขึ้น หากเราออกกำลังกายถูกต้องตามหลักการและทำอย่างสม่ำเสมอ จะเพิ่มออกซิเจนไปยังเซลล์ต่าง ๆของกล้ามเนื้อ และอวัยวะที่เกี่ยวข้องมากขึ้น ส่งผลให้หลอดเลือด หัวใจ และปอด แข็งแรง ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจ การหายใจ ขณะพักหัวใจจะเต้นลดลง และจะช้ากว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลังกาย
  6. ชะลอและลดความเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย ช่วยให้มีอายุยืนยาว การออกกาลังกายที่เหมาะสมเป็นประจาจะช่วยให้แก่ช้า และอายุยืนยาว เพราะกระดูกต่าง ๆ แข็งแรง กล้ามเนื้อแข็งแรง อวัยวะทุกส่วนของร่างกายทาหน้าที่ได้ดีขึ้น
  7. การเจริญเติบโตของร่างกาย ในเด็กที่ได้รับการฝึกฝนให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตอย่างถูกส่วน จะกระตุ้นให้อวัยวะต่าง ๆ ภายในร่างกายเจริญเติบโตพร้อมกันไป ทั้งในส่วนของหน้าที่การทำงาน ขนาด และรูปร่าง

 สรุปได้ว่าประโยชน์ของการเคลื่อนไหวร่างกายและออกกำลังกายแสมรรถภาพทางร่างกายดีก็คือ

  • ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อ เอ็นมีความยืดหยุ่น แข็งแรง และคล่องแคล่ว
  • สมรรถภาพทางร่างกายดี
  • มีรูปร่างดี ช่วยควบคุมน้ำหนัก
  • ลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคเบาหวาน และช่วยส่งเสริมสุขภาพผู้ที่เป็นเบาหวาน
  • ลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคความดันโลหิตสูง
  • ลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • ลดความวิตกกังวล และอารมณ์ซึมเศร้า
  • อารมณ์ และจิตใจที่สบายแจ่มใส

โดยปกติในแต่ละวัน ร่างกายคนเรามีการเผาผลาญปริมาณแคลอรี่มาใช้เป็นพลังงานได้ไม่เท่ากัน ร่างกายต้องการพลังงานวันละ 25 กิโลแคลอรี่ ต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม ซึ่งร่างกายคนเราจะมีเรี่ยวแรงทำกิจกรรมต่างๆ ได้ ก็ต้องเผาผลาญอาหารที่เราทานเข้าไปให้เปลี่ยนเป็นพลังงาน ร่างกายคนเราก็เหมือนกับรถยนต์ที่ต้องเผาผลาญน้ำมันเพื่อเป็นพลังงานให้รถขับเคลื่อนตัวรถไปได้ร่างกายคนมีกระบวนการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงานที่เรียกว่า “เมทาโบลิซึม (Metabolism)” อัตราการเผาผลาญของคนวัยหนุ่มสาวอาจจะยังสมบูรณ์ดีอยู่ เมื่ออายุเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ระบบการเผาผลาญพลังงานมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ

ในแต่ละวัน ร่างกายมีการเผาผลาญปริมาณแคลอรี่มาใช้เป็นพลังงานไม่เท่ากัน โดยเฉลี่ยผู้ชายต้องการปริมาณแคลอรีเพื่อใช้เป็นพลังงานต่อวันอยู่ที่ 1,800-2,500 กิโลแคลอรี่ ส่วนผู้หญิงต้องการปริมาณแคลอรี่ต่อวัน 1,500-2,000 กิโลแคลอรี ซึ่งเราเรียกว่า อัตราการเผาผลาญพลังงานพื้นฐานของร่างกาย (Basal Metabolic Rate) นั้นเอง

ถ้าหากต้องการให้น้ำหนักลดลง 1 กิโลกรัม จะต้องเผาผลาญพลังงานในร่างกายที่สะสมเอาไว้ให้ได้ถึง 7,700 กิโลแคลอรี่ ดังนั้นเราจะต้องทานอาหารให้น้อยลง ร่างกายจึงจะดึงพลังงานในส่วนนี้ออกมาใช้ น้ำหนักตัวจึงจะลดลง และต้องหากิจกรรมต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายได้นำพลังออกมาใช้อย่างเหมาะสมไม่ทำให้เรามีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นนั่นเอง

มาดูกันต่อนะคะว่ากิจกรรมต่าง ๆ ที่เราได้เคลื่อนไหวร่างกายในแต่ละกิจกรรมต้องใช้เวลากี่นาทีจึงจะสามารถลดแคลอรี่ได้ 150 แคลอรี่

กิจกรรมที่ใช้พลังงาน 150 แคลอรี่ต่อครั้ง

– ล้างและเช็ดถูขัดรถยนต์ 45-60 นาที
– เช็ดถูหน้าต่าง 45-60 นาที

activity
– เล่นวอลเล่ย์บอล 45 นาที
– ทำสวนขุดดิน 30-45 นาที
– หมุนล้อรถเข็นขณะนั่ง (ผู้พิการ) 30-40 นาที
– เดินประมาณ ๒.๘ กิโลเมตร 35 นาที
– ชู๊ตลูกบาสเกตบอล 30 นาที

activity

– เต้นรำจังหวะเร็ว 30 นาที
– คราดหญ้า โกยหญ้า 30 นาที
– เดินประมาณ ๓.๒ กิโลเมตร 30 นาที
– ออกกำลังแบบแอโรบิกในน้ำ 30 นาที
– ว่ายน้ำ 20 นาที

activity

– เล่นบาสเกตบอลล้อเข็น (ผู้พิการ) 20 นาที
– เล่นบาสเกตบอล (ทีม)  15-20 นาที
– ถีบจักรยาน ประมาณ 6.4 กิโลเมตร 15 นาที
– ถีบจักรยาน ประมาณ 8 กิโลเมตร 30 นาที

activity

– กระโดดเชือก 15 นาที

เมื่อเทียบเท่าการเดิน

เดินวันละ 10,000 ก้าว

activity

เดินขึ้นบันไดวันละ 5 เที่ยว เที่ยวละ 5 ชั้น

activity

เห็นมั้ยค่ะว่าแท้จริงหากเรารู้ว่ากิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายก็สามารถช่วยให้เราได้ออกกำลังกายไปด้วยหากเรารู้ว่าแต่ละกิจกรรมต้องใช้พลังงานไปเท่าไหร่ในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งเป็นวิธีที่จะทำให้เผาผลาญแคลอรี่ เบิร์นไขมันส่วนเกินออกไปได้ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ติดตามเพจของเรากันนะคะ

สินค้าแนะนำ

NAGANO BB CREAM โปร 1 แถม 1

฿299.00

NAGANO FACIAL CLEANSING WATER โปร 1 แถม 1!!

฿299.00

สเปรย์ฆ่าเชื้อโรค Jeff & Mark-ORGANIC HAND SANITIZER SPRAY

฿159.00

Mellow Silk Nano Mask 2 ชิ้น

฿190.00

สเปรย์แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรค A-RICH ALCOHOL SPRAY 10 ขวด

฿500.00

StemGold Anti- Aging Moisturizer Serum

฿2,500.00

Lifting Refining Eye Gel

฿650.00 ฿499.00

Zignature Runway High Coverage Foundation SPF30 PA+++

฿400.00 ฿299.00

Cover Perfect Loose Powder

฿219.00

previous arrow
previous arrow
next arrow
next arrow
Slider